ขับเคลื่อนโดย Blogger.
RSS


งานออนไลน์ HappyToPay
เปิดใหม่ 15 มกราคม 2554
ด่วน รีบสมัคร เป็นต้นสายก่อนใครๆ
www.happytopay.net
Global Rich Club เที่ยวไปรวยไป
บริษัทมั่นคง ลงทุนครั้งเดียว ไม่ต้องรักษายอด
กระดานแรก รับ 15,000 กระดานที่สอง รับ 300,000
www.grc.ekstepza.ws

สอน Google Adwords เบื้องต้น

สอน Google Adwords เบื้องต้น
มารู้จัก Google Adword

 
การลงทะเบียน Google Adword
 
Google Adword Course1
 
Google Adword Course2
 
Google Adword Course3
 
ช่องทางการจ่ายเงินให้ Google Adword
 
Google Adwords คืออะไร

Google AdWords คือ โฆษณาในรูปแบบ pay per click ข้อดี คือ เสียค่าใช้จ่ายตามจริง เมื่อผู้ใช้บริการค้นหาข้อมูลคลิกเข้าชมเว็บไซต์ของคุณเท่านั้น และโฆษณาจะปรากฏให้ผู้ชมเห็นตามคีย์เวิร์ด (Keyword) หรือ กลุ่มคำที่คุณเลือกไว้ซึ่งเป็นคำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ
ค่าใช้จ่ายการลงโฆษณา ผ่านเสิร์ช เอนจิ้นในรูปแบบ Cost Per Click ของ แต่ละแคมเปญจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับกลุ่มคำหรือคีย์เวิร์ดที่เลือกใช้ คีย์เวิร์ดคำใดที่เป็นที่นิยม และมีคู่แข่งขันเป็นจำนวนมาก
ค่าใช้จ่ายต่อการคลิก 1 ครั้งก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น ความชำนาญในการเลือกคีย์เวิร์ดและการเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ช่วงระยะเวลาและความต่อเนื่องของแคมเปญ จำนวนชิ้นงานโฆษณาของแต่ละแคมเปญ ระบบการดูแลบริหารแคมเปญ เพื่อให้เกิดราคาต่อคลิกที่มีประสิทธิผลสูงสุด ทั้งหมดล้วนส่งผลถึงงบประมาณที่ใช้ในการโฆษณาทั้งสิ้น
วิธีการสมัคร Google Adwords
สมัครที่ลิ้งค์นี้นะ http://adwords.google.co.th/select/Login

เนื่องจาก เราพอจะทราบกันดีอยู่แล้วครับว่า ปัจจุบัน Google มีอิทธิพลกับโลก Online อย่างไรบ้างมาบ้างแล้ว แต่เราล่ะในฐานะคนที่อยู่ในโลก Online เหมือนกันซึ่งนอกจากเราจะใช้ Google ในการค้นหาข้อมูลแล้ว Google ยังทำอะไรได้อีก
  • เราสามารถใช้ Google เป็นตัวเชื่อมธุรกิจของเราไปสู่ผู้บริโภค ได้ทั้งในและนอกประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ตลาดไม่ได้อยู่แค่วงจำกัดและเราสามารถใช้ Google เลือกตลาดใหม่ๆได้ตลอดเวลา
  • ค่าโฆษณาสามารถเลือก จ่ายได้ว่าจะโฆษณาก่อนจ่ายทีหลัง หรือแบบเติมเงินก็ได้ และจ่ายต่อเมื่อมีคนคลิกเข้ามาเท่านั้น ทำให้คุ้มกับเงินที่จ่ายออกไป
  • สามารถวัดผลและปรับปรุง ได้ง่ายจากข้อมูลที่เป็นตัวเลข หลังจากที่ทราบว่าเราสามารถที่จะทำโฆษณา ออกสู่สายตาของคนทั่วประเทศหรือทั่วโลกได้อย่างไรแล้วก็ เริ่ม ต้นเปิดบัญชีกับ Adword ซึ่งมีค่าเปิดเพียง $5 หรือ ประมาณ 200 บาท เท่านั้นเอง ซึ่งเป็นเงินเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพและผลตอบรับที่เราจะได้
โดยที่หน้าสมัครเราสามารถเลือกเป็นภาษาไทยได้ หรือต้องการภาษาอื่นก็เลือกได้เลย และเลือกที่ช่อง
ลงชื่อเข้าใช้

หลังจากนั้นจะเข้าสู่หน้าให้เลือกรูปแบบของบัญชี ให้เลือกแบบมาตรฐาน เพราะจะสมารถใช้Google AdWords ครบทุกฟังค์ชั่น

และ จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 1 เลือกสถานที่และภาษา ซึ่งเราสามารถเลือกประเทศเป้าหมายของเราได้ ว่าเราต้องการจะทำตลาดที่ประเทศไหนทั่วโลก และเลือกภาษาที่ใช้เขียนโฆณา
ส่วนขั้นตอนที่ 2 เป็นหน้าให้ใส่ (Display URL) ของเราลงไป เป็นหน้าที่จะส่งลูกค้าของเราไปสู่เว็ปของเรา และข้อความที่เราจะใช้โฆษณา โดยจะมี 3 บรรทัด
บรรทัดที่ 1 เป็นหัวโฆษณา เขียนได้ 25 ตัวอักษร (เป็นข้อความที่ใช้ดึงดูด)
บรรทัดที่ 2 เป็นข้อความโฆษณาข้อความแรก ความยาว 35 ตัวอักษร
บรรทัดที่ 3 เป็นข้อความโฆษณาข้อความที่สอง ความยาว 35 ตัวอักษร (สองบรรทัดเขียนให้คนอยากซื้อสินค้า)
ขั้นตอนที่ 3 เป็นขั้นตอนการใส่ Keyword เป็นคำที่คนจะใช้ค้นหาสินค้า
การใส่เครื่องหมาย “-” และ [-] นี้เป็นการใช้ประโยชน์จากเทคนิค Matching Option
เพื่อให้ Keywords ที่เราใช้สามารถจำกัดเป้าหมายที่ชัดเจนได้
จากนั้นขั้นตอนที่ 4 เลือกสกุลเงินที่เราจะใช้ในการจ่ายค่าโฆษณากับ Aword ซึ่งก็แล้วแต่ผู้ใช้จะเลือกนะครับ แต่สำหรับผมเลือก USD เพราะสะดวกต่อการคำนวนต้นทุน
ขั้นตอนที่ 5 เป็นการตั้งงบโฆษณาต่อเดือน ว่าเราจะจ่ายเงินเป็นค่าโฆษณาเป็นจำนวนเงินไม่เกินเท่าไหร่ต่อเดือน ซึ่งทำให้เราไม่ต้องกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายในอนาคต
แล้วก็กดดำเนินการต่อไป
และก็จะเข้าสู่หน้าที่ Adword จะถามเราว่าเราจะใช้ชื่อบัญชีของเราเป็นอะไร ซึ่งเป็นชื่อ Email-ของเรานั้นเอง ในกรณีนี้ถ้าเรามี Email ของ Gmail ก็เลือกชื่อ Mail ของเราเป็นชื่อ Login ได้เลย และตั้ง password (โดยส่วนใหญ่สมัครครั้งแรกใช้ Gmail จะดีที่สุด) แล้วทาง Google Adword ก็จะส่ง mail มาให้เรายืนยันบัญชีว่าเป็นของเราอย่างถูกต้อง
และเราก็ เข้าไปในบัญชีของเรา เราจะพบว่าบัญชีของเรายังไม่แสดงโฆณาเพราเราจะต้อง จ่ายค่าสมัครซึ่งเป็นเงิน $5 เสียก่อน ก็เข้าไปตรง บัญชีของฉัน จากนั้นก็เข้าไปใส่ข้อมูลที่เราจะให้ทาง Google เก็บเงินกับเราทางไหน โดยเข้าไปที่
ตั้งค่าเกี่ยวกับการจ่ายเงิน แล้วก็เลือกประเภทบัตรที่จะใช้จ่ายค่าบริการ ซึ่งจะเป็นบัตรเครดิต หรือ e-webcard ก็ได้ และหลังจากเราทำรายการตรงนี้เสร็จแล้วทาง Google ตัดเงินได้แล้วก็จะเริ่มแสดงโฆษณาของเราแล้วครับ
โดยหน้าตาภายใน Account ของเราจะเป็นแบบนี้ครับจะมีค่าจำนวน ที่แสดงโฆณาของเราต่อวันและจำนวนคลิกเท่าไหร่ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ซึ่งเราสามารถพัฒนาประสิทธิภาพโฆณาของเราได้ต่อไปครับ
หวังว่าแต่และท่านคงจะนำไปใช้ได้หรือมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ


ข้อดีของ Google Adwords
• ใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานเพียง 15 นาที ก็สามารถทำการโฆษณาเว็บของคุณได้แล้ว
ไม่ต้องใช้เวลานานมากเหมือน SEO( Search Engine Optimization)
• สามารถเลือก Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณได้ไม่จำกัด
• กำหนดตำแหน่งของโฆษณาได้แน่นอน ขึ้นอยู่กับราคา Bid ของแต่ละ Keyword
• อัตราการซื้อและกำลังซื้อของผู้เยี่ยมชมสูงกว่า SEO( Search Engine Optimization)
• กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างชัดเจน
• ไม่ต้องคิดถึงกฎเกณฑ์ของ Search Engine
• คนที่คลิกโฆษณาของคุณนั้นก็คือผู้ที่สนใจใน บริการหรือสินค้าของคุณจริงๆ ซึ่งมีโอกาส
มากๆ ที่จะมาเป็นลูกค้าของคุณ
• ถ้าไม่มีคนคลิกโฆษณาของคุณ ก็ไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาให้กับ Google
• กำหนด Title และ Description ของโฆษณาได้

ข้อเสียของ Google Adwords
• ต้องจ่ายค่าบริการให้กับ Google ทุกครั้งที่มีคนคลิกโฆษณาของคุณ
• ราคาของ Keyword มีการขึ้นลงอยู่เสมอ ตามการแข่งขัน
ทำไมต้องใช้บริการ Google Adwords
• Google เป็น Search Engine ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดของโลกในขณะนี้ และยังมี
ส่วนแบ่งการตลาดของ Search Engine รายอื่นๆ ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Google อีกมาก เช่น


และอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นโฆษณาของคุณมีโอกาสสูงทีเดียวที่จะเข้าถึงเว็บไซด์ชั้นนำของ
โลกเหล่านี้ได้
• ภายใน 15 นาที โฆษณาของคุณจะปรากฎอยู่ในเว็บไซด์ของ Google และเครือข่ายเว็บ-
ไซด์ของคุณจะได้รับทราฟฟิกทันที
• สามารถกำหนดงบประมาณประจำวันได้
• กำหนดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน เช่น ประเทศ ภาษา เมือง
• กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างชัดเจน
• แก้ไข Keyword และเปลี่ยนข้อมูลโฆษณาได้ โดยโฆษณาที่แก้ไขแล้วจะแสดงผลในทันที

16 เทคนิคสุดยอดการทำ Google AdWords ให้สำเร็จ
1. พยายามใส่ Keywords ไว้ในตัวโฆษณา – เราจะต้องแสดงให้กับผู้ที่ค้นหารู้ว่าตัวโฆษณาของเรานั้นสัมพันธ์กันกับสิ่ง ที่เค้ากำลังค้นหาอยู่ โดยใส่ Keywords ไว้ในตัวโฆษณาของเราด้วย เพราะว่าทาง Google จะแสดงคีย์เวิร์ดนั้นเป็นตัวหนา แล้วก็จะทำให้ตัวโฆษณาของคุณเห็นมากกว่าของคนอื่นครับ

2. ใช้ Keywords ในแต่ละ Group ไม่มาก – การที่เราใช้ Ad Group แค่ตัวเดียวโดยที่มี Keywords เยอะๆประมาณ 1,000 – 2,000 ตัว ไม่เป็นการดีครับ เพราะว่ามันจะทำให้เรามี CTR ที่ต่ำ แล้วก็จะยากต่อการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ทางที่ดีควรจะแยก Keywords ที่คล้ายๆกันอยู่ในกลุ่มเดียวกัน และถ้าหากทำแบบนี้แล้วก็จะสามารถทำตามเทคนิคข้อที่ 1 ได้ด้วยครับ

3. ใส่ Bid ในตอนเริ่มโฆษณาให้สูงๆ – เนื่องจากว่าทาง Google นั้นจะจัดอันดับโฆษณาจากราคา Bid และ CTR เพื่อที่จะทำให้ CTR ของเราสูง เราจะต้องใส่ราคา Bid ในตอนเริ่มทดลองสินค้าตัวใหม่ให้มากๆก่อน เพื่อที่จะให้โฆษณาของเราอยู่อันดับ 1 – 8 จากนั้น CTR ของเราจะสูงขึ้นแล้วก็ CPC ของเราจะลดต่ำลงเองครับ

4. ตั้งอัตราค่าโฆษณาต่อวันให้สูงกว่าที่ทาง Google แนะนำ – ถ้าเราตั้งค่าโฆษณาต่อวันน้อยเกินไป โฆษณาของเราอาจจะแสดงไม่ตลอดทั้งวัน และแน่นอนครับเมื่อลูกค้าที่กำลังต้องการสินค้าที่เราขายอยู่เข้ามา แล้วไม่ เจอโฆษณาข
องเรา เราก็จะเสียโอกาสนี้ไป วิธีการลดปริมาณการคลิกจากกลุ่มคนที่ไม่ต้องการซื้อของจริงๆ ก็ให้เราใช้ Nagative Keywords , Exact Matches, และกำหนดประเทศในการแสดงโฆษณา

5. หลีกเลี่ยง Keywords ที่มีการแข่งขันสูง – อย่าเสียเงินโดยใช่เหตุโดยการใส่ Bid สูงๆกับ Keywords ที่มีการแข่งขันกันเยอะ ให้เราทำหา Keywords ที่มีคนค้นหาน้อยแต่ว่าหามาหลายๆ Keywords ดีกว่าครับ เพราะว่า Keywords ที่มีคนค้นหาน้อยแต่ว่าหลายตัว ก็จะเท่ากับหรือมากกว่า Keywords ที่มีคนค้นหาเยอะแค่คำเดียว แถมยังมีราคา Bid ถูกมากๆครับ

6. ตั้งราคา Bid ใน Exact Matches Keywords ให้สูงกว่า Keywords แบบอื่น – ให้เราใช้ Exact Matches Keywords ร่วมด้วยกับ Matches แบบอื่นๆ แล้วก็ตั้งราคา Bid ให้สูงกว่าแบบอื่นเล็กน้อย เพราะว่า Google จะให้ความสำคัญกับ Exact Matches Keywords มากกว่า Matches แบบอื่นใน Keywords เดียวกัน เช่นใน group หนึ่งเราตั้งราคา Bid ไว้ที่ 0.10 เราก็กำหนดให้ Bid ของ Exact Matches Keywords เป็น 0.25 ดังตัวอย่างข้างล่างครับ
[online casino] ** 0.25
“online casino”

7. ใช้ Negative Keywords – ตัวโฆษณาของเราจะไม่แสดงถ้าเกิดว่าการค้นหามี Negative Keywords อยู่ด้วย ให้เราใส่ Negative Keywords ไปด้วย เพราะว่ายิ่งมี Negative Keywords มากเท่าไหร่ CTR ของเราก็จะยิ่งเพิ่มมากขั้นไปด้วย เป็นการประหยัดเงินแล้วก็ทำให้ตำแหน่งโฆษณาของเราสูงขึ้นด้วย ตัวอย่างเช่นสินค้าของเรานั้นเป็นแบบ premium ก็ให้เราใส่ Negative Keywords ที่ไม่เกี่ยวกับ premium ไว้ด้วย
[premium web hosting] ** 0.25
“premium web hosting”
-free
-cheap
-discount

8. ใช้ Landing Page ให้สัมพันธ์กับสินค้า – เพราะว่าถ้าหากลูกค้าคลิกที่โฆษณาแล้วไปที่หน้าที่ขายสินค้าทันที ก็จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่าย อย่าลืมนะครับว่าลูกค้าของเรามีเวลาไม่มากในการค้นหา ถ้าเค้าเจอเว็บที่ไม่เกี่ยวข้องกับความต้องการของเค้า เค้าก็จะปิดเว็บนั้นไป เราก็จะเสียโอกาส

9. แยกการค้นหาแบบ Search และ Content Campaigns – มีหลายๆคนที่เสียเงินโดยใช่เหตุ เพราะว่าไม่ได้แยกการค้นหาแบบ Search และ Content ส่วนมากเราจะไม่รู้จะไม่สังเกตุว่า Google นั้นจะให้โฆษณาของเราไปปรากฏที่ Google Content Network ด้วย เราจะต้องปิดบริการตัวนี้หรือว่าแยกเอาไว้เป็น 2 ส่วน

10. ใช้ Ad หลายๆแผ่นแล้วนำมาเปรีบเทียบ (Split) – Google นั้นให้เราสร้างตัวโฆษณาหลายๆแผ่นใน Ad เดียวกัน ให้เราสร้างตัวโฆษณามาอย่างน้อย 2 แผ่นเพื่อที่จะได้เปรียบเทียบว่าแผ่นไหนดีกว่ากัน ถ้าโฆษณาแผ่นไหนไม่ดีก็ให้ลบทิ้งแล้วก็สร้างใหม่ อาจจะแค่สลับบรรทัดหรือเปลี่ยนคำเป็นบางคำ

11. ติดตามผล – อย่าเชื่อในรายงานของ Google มากนัก ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ว่าข้อมูลแค่นี้ไม่เพียงพอ เพราะว่าอาจจะมีการคลิกแกล้งให้เราเสียเงินแต่ไม่ซื้อสินค้าจากคู่แข่งของเร าได้ ถ้าหากว่าไม่มี Tracking Software ก็ให้เราหาดาวโหลดมาใช้นะครับ

12. ใส่คำที่กระตุ้นให้อยากคลิกไว้ใน Headline – ให้เราเริ่มต้นด้วยคำที่กระตุ้นให้อยากคลิกเข้าไปดูเช่น “Free:, New:, Sale:, ect” แต่เราต้องเช็คด้วยว่าคำที่เราใช้นั้นทาง Google อนุญาตรึเปล่า

13. ใส่คำที่กระตุ้นให้อยากคลิกไว้ในตัวโฆษณา – ให้เราใส่คำที่ดูแล้วน่าคลิกเข้าไปเช่น “free, cheap, sale, special offer, time limited offer, tricks, you, tips, enhance, discover, fact, learn, at last, free shipping, ect.
ตัวอย่างเช่น
* Buy Today – Save 50%
* Download Free Trial Now
* Sale Ends Tomorrow

14. ใส่คำที่ดูแล้วดูดีกว่าคู่แข่งคนอื่น – อะไรที่จะทำให้สินค้าของคุณดูดีกว่าหรือแตกต่างจากคู่แข่ง ให้เราใส่ไปในข้อความโฆษณาด้วย ตัวอย่างเช่นเว็บไซต์ Amazon.com จะเขียนข้อความไว้ในบรรทัดแรกว่า “Earth’s Biggest Bookstore” นี่เป็นคำที่ดูแล้วน่าเข้าไปดูในเว็บไซต์มาก

15. เอาคำที่ไม่มีประโยชน์ออก – ตัวอย่างเช่น “a, an, in, on, it, of” อย่าใส่คำพวกนี้ลงไปในตัวโฆษณา เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองคำเปล่าๆ

16. ใส่ราคาลงไปในตัวโฆษณาด้วย – เพราะว่าจะทำให้คนที่ไม่มีศักยภาพในการซื้อไม่คลิกที่ตัวโฆษณาของเรา


เครื่องมือแนะนำ

Google Publisher Tools
หลากหลายเครื่องมือ ที่จำเป็น ของ Google ในการสร้างเว็บ ช่วยสร้าง วางแผน วิเคราะห์ เว็บไซต์

Google Sitemap Generator
XML Sitemaps - สร้าง Google Sitemaps Online ฟรี

AdSense Help Center
ตัวช่วยในการทำ Google AdSense แบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ

Keyword Selector Tool
เครื่องมือช่วยหา Keyword ที่สัมพันธ์กัน หรือเกี่ยวข้องกับ Keyword หลัก

Good Keywords
โปรแกรมฟรี สำหรับเช็ค ว่า Keyword มีคนใช้ค้นหามากแค่ไหน

Search Engine Saturation Checker
ตรวจสอบว่าหน้าเว็บไซต์เรา มีอยู่ใน Search Engine กี่หน้า

AdSense Toolbot
AdSense Check
Google Ads Preview
W3C Markup Validation Service

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

GDI Premium อีกระดับของการทำเงิน


GDI Premium อีกระดับของการทำเงิน



ในที่สุดทาง GDI ก็ได้เวลา ปล่อยแมวออกจากกระเป๋า (Let a cat out of the bag) เสียที หลังจากทิ้งปริศนาไว้ในอีเมล์ก่อนหน้ามากมาย...

 Undecided

เบื้องต้นเท่าที่ผมเข้าไปดูในแว๊บแรก ที่เห็นมีหลายจุดที่พอสร้างเซอไพร์ให้ผมได้พอสมควร ลองมาดูรายละเอียดกันครับ




งานนี้ GDI ลงทุนปรับหน้า Login ของ Member Area ให้เข้าบรรยากาศโปรเจ็กต์ลับ GDI Premium
โดยเฉพาะ (ปรับหน้าเดียว เพราะหน้าอื่นยังเหมือนเดิม ฮา...)



เืมื่อล็อกอินเข้าไปได้แล้ว จะมีป๊อบอัพ ปิดไฟ (ใส่กลอน) เด้งขึ้นมาเชื้อเชิญเรา ทันที ดังรูปด้านบนนี้ ผมแปลคร่าว ๆ แล้วกันนะ

อ้างถึง
ยินดีต้อนรับ คุณ xxxx

เราขอใช้เวลาสักนิดและเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณ ในสิ่งที่ GDI ปรับปรุงออกมาล่าสุด นั่นคือ GDI Premium  คิดว่าคุณ
น่าจะสนใจเรื่องการสร้างเว็บไซต์และโอกาสทางธุรกิจกับแพคเกจจนี้  แพคเกจนี้ออกแบบมาสำหรับทุกคน ลองมาดูผลประโยชน์
ที่คุณจะได้รับจากมัน

GDI Premium Commission
GDI จะจ่ายออกถึง 75% สำหรับแีพคเกจนี้ คุณจะได้รับคอมมิสชั่นตั้งแต่ 4 ถึง 14 เท่า จากดาวน์ไลน์ 5 ชั้นของคุณ

Weekly Superstars Bonus Contest
โบนัสรายสัปดาห์แบบซุปเปอร์ไซย่า เอ๊ย ซุปเปอร์สตาร์ เดี๋ยวค่อยมาดูกันว่ามันคือไร ??

เสี่ยงโชคกับล๊อตเตอร์รีรายวันจาก GDI (เดี๋ยวมาดูรายละเอียดว่ามันคือไร ?)

รับ 3 สิทธิ์ Gift-gard แบบ 1 เดือนให้คนใหม่

เพิ่มพื้นที่เก็บรูปภาพของ Site-Builder

เพิ่มพื้นที่เว็บเมล์

เพิ่มพื้นที่โฮสติ้งค์

และรับโดเมน Privacy ฟรี

อืมอ่านพาดหัว แล้วหลายอัน งง ๆ เอาการอยู่ ตัดสินใจกดปุ่ม Learn More ดูในรายละเอียดกัน ดีกว่าครับ
อย่าเพิ่งกด Add Premium Now กันเน้อ มาดูเงื่อนไขและข้อเสนอ กันครบถ้วนกันดีกว่า...



สังเกต ได้ว่าเมนู GDI Premium นั้นเป็นเมนูที่สอง ถัดลงมาจากเมนู Home กันเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเราปิดป๊อปอัพ
ตอนแรกไปแล้ว ก็สามารถคลิ๊กเข้าดูได้ที่เมนูตรงนี้ได้ตลอดครับ

อืม ไหน ๆ ก็คลิ๊กเข้ามาแล้ว ลองดูเรื่องแรกเลยละกัน

GDI Premium Lottery

สมาชิกที่เป็น Premium จะได้สิทธิ์ลุ้นเล่นล็อตเตอรี่รายวันกับ GDI ซึ่งไม่ต้องตกใจ ของรางวัลจากล็อตเตอรี่นี้คือ
รับสมาชิกช่วงทดลองฟรี 7 วันไป คนละ 1 member ซึ่งจะสุ่มแจกวันละ 3 รางวัล (3 คน) หมุนเวียนกันไป และ
รายชื่อสมาชิกช่วงทดลองฟรีทีเอามาแจก นั้นทาง GDI ก็เอามาจากคนที่สมัครเข้าไปที่บริษัท โดยไม่มีอัพไลน์
(sponsor) หรือพูดง่าย ๆ สมาชิกที่สมัครผิดแล้วไปติดกับบริษัทนั่นเอง (เออ อันนี้เล่นง่ายดี)

เคลียร์เนาะ ! อันนี้

ต่อมา ...



มาดูเรื่องโอกาสทางธุรกิจ และราคาแพคเกจพรีเมี่ยมกันดีกว่า จากรูปด้านบนราคาแพคเกจ
ผมสรุปให้เลยดีกว่าว่า ราคาเฉพาะการอัพเกรดไปเป็น GDI Premium ต่อเดือน $40
และยังมีค่าโดเมนอีกเดือนละ $10 (สำหรับคนมี 1 โดเมน) เบ็ดเสร็จ
ต่ำสุดคุณต้องรักษา Account เดือนละ  $50 อย่างต่ำแน่นอน สำหรับ Premium Member


เ่อ่ออ... แล้วทีนี้ผลประโยชน์ที่เราจะได้จากแพคเกจนี้มีอะไรบ้างมาดูกัน



Premium Commission (รายได้แบบ Premium)

รับรายได้ 14 เท่าจากดาวน์ไลน์แบบ Premium ชั้นที่ 1 และรับรายได้ 4 เท่าในชั้นที่ 2-5
และรายได้ 10% ใน 5 ชั้นปกติก็ยังได้อยู่ด้วยนะเออ... โดยเราจะได้รับดังนี้

มีดาวน์ไลน์แบบพรีเมี่ยมชั้นที่ 1 เราจะได้ัรับ  $15
มีดาวน์ไลน์แบบพรีเมี่ยมชั้นที่ 2 เราจะได้ัรับ  $5
มีดาวน์ไลน์แบบพรีเมี่ยมชั้นที่ 3 เราจะได้ัรับ  $5
มีดาวน์ไลน์แบบพรีเมี่ยมชั้นที่ 4 เราจะได้ัรับ  $5
มีดาวน์ไลน์แบบพรีเมี่ยมชั้นที่ 5 เราจะได้ัรับ  $5

รวม 5 ชั้นดาวน์ไลน์ีที่เป็นพรีเมี่ยมเรารับไป $35

ซึ่งถ้าเราคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่บริษัทจ่ายออก โดยคิดแค่การอัพเกรดคนละ $40 (เพราะอีก $10
 นั้นเรายังได้รับคอมมิสชั่น 10% ใน5 ชั้นลึกเดิมอยู่)

จะเห็นได้ว่าบริษัทจ่ายออกมามากขึ้นเป็น ($35x100)/$200 = 17% นั่นเองครับ

เ่อ่อ ... บางคนอาจสงสัย แล้วไอ้ตัวเลข 14 เท่า หรือ 4 เท่า อะไรนั่นมากจากไหน คำตอบคือเป็น
คำโฆษณาด้วยเปรียบเทียบจากคอมมิสชั่นเดิมที่ได้รับ ในชั้นที่ 1 ปกติเราได้รับ 1$ แต่เมื่ออัพเกรดเป็น
Premium และมีดาวน์ไลน์เป็น Premium ด้วยเราจะได้รับ เพิ่มขึ้นเป็น $15 มากกว่าเดิม 14 เท่า
และในชั้นที่ 2 ก็ได้รับเพิ่มขึ้นเป็น $5 มากกว่าเดิม 4 เท่านั่นเองงงงงง....

 Wink

แต่จริง ๆ สิทธิ์ประโยชน์ของสมาิชิกแบบ Premium ยังไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ครับ
เรายังได้รับสิทธิพิเศษอีกมากมายไปดูกัน...



Weekly Superstars Bonus Contest 

โบนัสซุปเปอร์สตาร์แบบป๋าเบิร์ิด เอ๊ย ไม่ใช่ิสิ เขาบอกว่า คนที่เป็นสมาชิก Premium นะมีสิทธ์ (eligible)
เข้าทำโบนัสรายสัปดาห์ของ GDI ด้วยนะเออ เขาใ้ช้คำว่ามีสิทธิ์  แต่ไม่ได้บอกนะครับว่าต้องซื้อ DVD หรือเปล่า
แต่ถ้าให้ผมเดา ความคิดเห็นส่วนตัวผมคิดว่าไม่น่าจะต้องซื้อแล้วหล่ะ ก็แหม $50 ต่อเดือน แต่ก็ไม่แน่นะครับ
สำหรับประเด็นนี้ เก็บไว้ถาม GDI อีกที



ต่อไป ที่เหลือก็เป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่เราจะได้รับ อาทิ เช่น

+ ได้รับเครดิต Invite ได้วันละ 1,000 จากสมาชิกปกติำทำได้ วันละ 100 invite
   (แต่ก็ไม่เคยใช้ซักที รอภาษาไทยเหอะ)
+ เพิ่มส่วน Hit Log ดูรายละเอียดยุบยิบ ๆ ได้
+ รับ 3 สิทธิ์ แจก gift-gard เวลา 1 เดือน ได้ 3 คน  (แจกไปแล้วเอาเข้าโบนัสได้มั้ย ก็ยังสงสัย แต่คิดว่าไม่ได้)
+ รับส่วนลด 10% ในการซื้อรายชื่อ lead (ผู้สนใจ)
+ มีสิทธิ์รับตั๋วลุ้นเล่นลอตเตอรี่ อย่างที่เคยกล่าวไปแล้วในตอนต้น




เอาหล่ะปิดท้ายด้วย การอัพเกรดตัว product ให้ตื่นเต้นกันเล็กน้อยสำหรับ Premium Member

# เอาไปเลยโดเมนราคา 10$ ต่อเดือน  (เออ ปกติก็ได้อยู่แล้วนี่หว่า)
 # เอาไปเลยพื้นที่เว็บเมล์ 5GB จากเดิมได้แค่ 1GB  (ก็ OK อันเดิมจะเต็มแระ แบบว่ารับเมล์แจ้งสมาชิกเกิดใหม่
    เยอะไปหน่อย ^_^ พูดให้หมั่นไส้เล่น)
 # ยังไม่พอแค่พื้นที่ เปิดโอกาสให้สร้างได้สูงสุดถึง 50 ชื่อ จากเดิมได้แค่ 10  (อืม ๆ ของเดิมสร้างไว้ 3 ชื่อ
    ไม่รู้เมื่อไหร่จะใช้เต็ม 10 แหะๆ)
 # Forward Email Prefix จากเดิมทำได้แค่ 3 ชื่อต่อโดเมน แต่ถ้าเป็น Premium เราให้คุณไม่จำักัด
    (Unlimited)  (เออ ว่าแต่ของเดิมยังไม่เคยใช้เลยอ่ะ --")
 # สำหรับ Site Builder เราจะมี Template แบบเทพ ๆ ให้กันเลย
 # นอกจากนั้นพื้นที่เก็บรูป จะเพิ่มให้เป็น 1GB จากเดิมที่ได้แค่ 100MB (เหมาะเลย คนมีภาพลับเยอะ !)
 # Basic Hosting รับพื้นที่ไปเลย 1GB จากเดิมที่ได้อยู่แค่ 300MB (แต่ก็ไม่เคยเ็ต็ม เพราะไม่ได้อัพไฟล์ใหญ่ ๆ ขึ้น)
 # ตบท้ายด้วย Domain Privacy (เอาไว้ปกป้องข้อมูลส่วนตัว ซ่อนข้อมูลเจ้าของโดเมนไม่ให้ชาวโลกรับรู้)
    ที่ปกติจ่ายเพิ่มเดือนละ 1$ แต่เราให้ ฟรี !!


....

หมดแล้ว !! ข้อเสนอและสิทธิพิเศษ ของ Premium Member อ่านแล้ว ไปตัดสินใจ
กันเอาเองครับว่าสนใจอัพเกรดมั้ยย  แต่สำหรับความเห็นส่วนตัวของผม แพคเกจนี้ ไม่ค่อยเหมาะกับคนใหม่ เท่าไหร่นัก
เืนื่องจากว่ารักษา Account ต่อเดือนสูง และผลตอบแทนยังไม่ได้สูงเปรี้ยงปร้างอะไรนัก มันจึงเหมาะสำหรับ คนเก่า ๆ
ที่อยากอัพเกรดตัว Product ที่ใช้อยู่ เพื่อใช้งานได้ในระดับที่สูงขึ้น ส่วนเรื่องรายได้นั้นก็เป็นผลพลอยได้จากการอัพเกรดอีกที
นั่นเองครับ

สรุป แพคเกจ Premium Member นี้ไม่ได้บังคับให้ใครสมัคร ทั้งคนเก่าคนใหม่ ขึ้นอยู่กับ
ความพร้อมและความสมัครใจเท่านั้น  แนะนำว่าคนใหม่ยังไม่ควรสมัครเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากยังไม่พร้อมหลาย ๆ ด้าน
ทั้งทักษะ ความรู้ เงินทุน และประสบการณ์ในธุรกิจนี้ครับ ดังนั้นค่อย ๆ ศึกษาและรับรายได้กับแผนปกติ
ไปก่อนจะดีที่สุด...



ปล. Premium Member ไม่ได้จำกัดจำนวนนะครับ เป็นได้ทุกคน และไม่มีระยะเวลาบังคับ เหมือนโบนัสจะทำเมื่อไหร่ก็ได้
      ที่เราพร้อมแล้วกัน...


-สามิตร-
 cool2

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

[ตอนพิเศษ] สร้างอีเมล .ws และตั้งค่าใน paypal เอาไว้รับโบนัส


[ตอนพิเศษ] สร้างอีเมล .ws และตั้งค่าใน paypal เอาไว้รับโบนัส

สวัสดีครับ เืพื่อน ๆ พี่ ๆ น้องนักธุรกิจ GDI ทีม 21Millionaire ทุกคน

สำหรับในตอนนี้ผมก็จะมาให้ข้อมูลเรื่องการสร้างอีเมล์ .ws ไว้ใช้งานและที่
สำคัญไว้สำหรับเป็นช่องทางในการส่งเอกสารเพื่อรับโบนัสนั่นเองครับ

เนื่องจากทาง GDI มีกฎในการรับโบนัสข้อหนึ่งก็คือ ต้องใช้อีเมลที่เป็น .ws เอาไว้รับเงินครับ
ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการส่งเงินผิดพลาดครับ

หมายเหตุ สำหรับบทความนี้ คนที่ไม่ได้ทำโบนัส
แต่ต้องการใช้อีเมล์ .WS ก็สามารถทำตามไปได้เลยครับ


ในตอนนี้ จะแบ่งเป็น 2 ส่วนดังนี้ครับ

1.  การสร้างอีเมล์ .ws ของเราเองขึ้นมา
2. นำอีเมล์ .ws ที่สร้างไปตั้งค่าใน paypal ให้เป็นอีเมล์หลักในการรับเงิน


มาเริ่ม กันเลยครับ

1. การสร้างอีเมล์ .ws ของเราเองขึ้นมา



เข้าหน้าสมาชิกที่ http://www.website.ws/members ล็อกอินเข้าไปด้วย username และ password ของคุณ



จากนั้นไปที่เมนู Setup Your Email



จากนั้นทางด้านขวามือ เลือกตั้งชื่ออีเมล์ที่ต้องการสร้างได้ตามต้องการ ในตัวอย่างผมสร้างชื่อว่า bonus เพื่อจะใช้ชื่ออีเมล์นี้
ไว้สำหรับการรับโบนัสโดยเฉพาะ ส่วนใครจะตั้งชื่ออะไรนั้นก็ได้ครับ ตามต้องการเลย ส่วนช่องอื่น ๆ กรอกตามตัวอย่างรูปด้านบนนี้ครับ
เสร็จเรียบร้อยก็คลิ๊กที่ปุ่ม Create Mailbox



จากนั้นในขั้นตอนนี้ ให้ใส่รหัสผ่านด้วยคำว่า temppass ไปก่อนแล้วคลิ๊กปุ่ม Confirm ได้เลย



ก็จะกลับมาสู่หน้าีนี้ เราจะเห็นชื่ออีเมล์ที่เราสร้างไว้ปรากฎอยู่ ให้คลิ๊กตรงลิงค์ที่ชื่อ Webmail ดังรูปด้านบนนี้



จะพบกับหน้าจอล็อกอินเข้าเว็บเมล์ ให้ป้อนอีเมล์เป็นชื่อที่เราสร้างไว้ และรหัสผ่านยังคงเป็น temppass ครับ



จากนั้นตรง 2 ช่องข้างล่าง (New Password และ Confirm) ให้ตั้งรหัสผ่านใหม่ ได้ตามต้องการ เสร็จแล้วคลิ๊กปุ่มLog In



รอสักครู่ .... กำลังเข้าสู่ระบบ



เรียบร้อยครับ ก็สามารถเข้าเว็บเมล์ได้ตามปกติ พร้อมใช้งาน รับ-ส่ง อีเมล์ได้ตามปกติครับ


2. นำอีเมล์ .ws ที่สร้างไปตั้งค่าใน PayPal ให้เป็นอีเมล์หลักในการรับเงิน



เริ่มจากเข้าหน้าเว็บ PayPal ที่ลิงค์ https://www.paypal.com/th ก่อนครับ
แล้วทำการล็อกอินเข้าไปด้วยอีเมล์และรหัสผ่านที่คุณสมัครไว้ครับ



เมื่อล็อกอินเข้ามาแล้ว คลิ๊กไปที่เมนู โปรไฟล์ และเลือก เพิ่ม/แก้ไขอีเมล์



เมื่อเข้ามาหน้านี้ให้คลิ๊กตรงปุ่ม "เพิ่ม" ดังรูปด้านบนนี้ เพื่อจะทำการเพิ่มอีเมล์ .ws ที่เราเพิ่งสร้างไว้เข้าไป



จากนั้นป้อนอีเมล์ของ .ws ที่เราเพิ่งสร้างไว้ลงไป และกดที่ปุ่ม บันทึก ดังตัวอย่างรูปข้างบนนี้



จากนั้นภาพด้านบนนี้จะแจ้งว่าใ้ห้เราไปยืนยันอีเมล์ โดยไปคลิ๊กลิงค์ในอีเมล์ ที่ทาง PayPal ส่งไปให้



จากนั้นเข้าไปเช็คเมล์ที่เว็บเมล์ของ GDI (www.email.ws) อีกครั้งครับ ก็จะพบกับอีเมล์ที่ทาง PayPal ส่งมาดังรูป
ในตัวอย่างด้านบนนี้ ให้เราทำการคลิ๊กเข้าไปดูรายละเอียดในเมล์ฉบับนี้



ภายในเนื้อหาอีเมล์ฉบับนี้ของ PayPal ก็จะมีลิงค์ให้คลิ๊กอยู่ ดังรูปด้านบนนี้ ก็ทำการคลิ๊กเข้าไปครับ



เมื่อคลิ๊กมาถึงหน้านี้ ให้ทำการป้อนรหัสผ่านของ PayPal ลงไปครับ (รหัสผ่านที่คุณใช้ล็อกอินเข้า PayPal ตั้งไว้ตอน
สมัคร PayPal) และคลิ๊กปุ่ม ยืนยัน



้ถ้าเรียบร้อยให้กลับมาที่หน้าหลักของ PayPal อีกครั้งแล้ว คลิ๊กเข้าไปที่เมนูเดิมคือ โปรไฟล์ >> เพิ่ม/แก้ไขอีเมล์



จากนั้นในหน้านี้ให้คลิ๊กเลือก อีเมล์ .ws ของเราและตั้งให้เป็นอีเมล์หลัก โดยคลิ๊กตรงปุ่ม ใช้เป็นข้อมูลหลัก ดังรูปตัวอย่าง
ด้านบนนี้เลยคับ



เป็นอันเรียบร้อยครับ อีเมล์ .WS ที่เราสร้างมา ถูกตั้งค่าใน PayPal เป็นอีเมล์ในการรับเงินแล้ว ต่อไปเวลารับโบนัสเราก็ใข้
อีเมล์ .ws นี้ในการขอรับเงินได้เลย

ปล. อย่าลืมไปตั้งค่ารับคอมมิสชั่นเป็นผ่าน PayPal ด้วยอีเมล์ใหม่นี้ด้วยนะครับ ดูขั้นตอนได้ที่นี่

ก็หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังทำโบนัส หรือกำลังเตรียมตัวก็ตามครับ ถ้าเนื้อหาของผมข้ามส่วนใดไปก็ แสดง
ความเห็นไว้ได้ในกระทู้นี้ครับ

ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านครับ

 thank cool2

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

GDI Weekly Bonus [ตอนที่ 5]


[ตอนที่ 5] การเตรียมเอกสารและส่งเพื่อรับโบนัส (Bonus Requirement)

สวัสดีครับ เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ นักธุรกิจ GDI ทีม 21Millionaire ที่น่ารักทุกท่าน

มาถึงตอนนี้ก็ต้องขอแสดงความยินดี กับคนที่ได้รับโบนัส มีชื่อขึ้นตาราง current confirmed leaderboards แล้ว
และก็มาถึงเรื่องสำคัญ นั่นคือ การส่งเอกสารเพื่อรับโบนัส (Bonus Requirement) ซึ่งการส่งเอกสารนี้เราทำแค่
ครั้งแรกเพียงครั้งเดียวนะครับ ครั้งต่อ ๆ ไปเมื่อเราได้รับโบนัส ทาง GDI จะโอนเงินเข้า PayPal ให้ทันที

สำหรับเอกสารที่ต้องส่งมีอะไรบ้าง ? มาดูกันครับ

เอกสารที่จะต้องส่งก็คือ


1. รูปถ่ายของเรา
2. สำเนาใบขับขี่ หรือพาสปอร์ต หรือถ้าไม่มีใช้ บัตรประชาชน ก็ได้ครับ
3. Independent Affiliate Agreement Terms and Conditions (IAATC)
4. Independent Affiliate Policies and Procedures (IAPP)
5. W-8BEN

ข้อมูลที่จะต้องเตรียมคือ


6. ข้อความความประทับใจในตัวบริษัท (testimonial) และ Tips ในการโปรโมท
7. สร้างอีเมล .ws และตั้งค่าใน paypal เอาไว้รับโบนัส

เห็นเอกสารและข้อมูลที่ต้องส่งดูเหมือนเยอะและยุ่งยาก แต่จริง ๆ แล้วไม่ยากเลยครับ อย่าลืมครับท่องไว้ครับ
ว่าทำแค่ครั้งแรกที่รับโบนัส ครั้งเดียวเท่านั้น ต่อไปเราก็ไม่ต้องส่งไรแบบนี้อีกแล้วครับ ^_^

ต่อไปมาดูการเตรียมเอกสารอย่างละเอียด เป็นขั้นเป็นตอนก่อนทำการส่งกันครับ

1. รูปถ่ายเรา เอาเป็นรูปขนาดไม่ใหญ่มาก (นามสกุล .jpg ไฟล์ไม่เกิน 100KB) เห็นหน้าชัดเจน


ตัวอย่าง ขนาดรูปถ่ายที่เหมาะสม

2. สำเนาใบขับขี่ หรือพาสปอร์ต หรือบัตรประชาชน ส่วนตัวผมก็ใช้บัตรประชาชนครับ


ก็สแกนใบขับขี่ หรือบัตรประชาชน ที่เห็นชื่อคุณชัดเจน ทำการ Save เป็นรูปเตรียมไว้ครับ (อาจใส่ลายน้ำบนรูปคาดว่า
ใช้สำหรับรับโบนัสเท่านั้น หรือ Bonus Requirement only ก็ได้ครับ)

3. Independent Affiliate Agreement Terms and Conditions
เป็นเอกสารยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขต่างๆของบริษัท คลิ๊กดาวโหลด
ให้ปริ๊นเฉพาะหน้าสุดท้าย แล้วเซ็นต์เหมือนตัวอย่างในภาพ



4. Independent Affiliate Agreement Terms and Conditions ป็นเอกสารยอมรับนโยบายของบริษัท
คลิ๊กดาวโหลด ให้ปริ๊นเฉพาะหน้าสุดท้าย แล้วเซ็นต์เหมือนตัวอย่างในภาพ



5. W-8BEN แบบฟอร์มสำหรับสมาชิกที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในสหรัฐ อเมริกา (เกี่ยวกับภาษี)
เป็นแบบฟอร์มที่บอกรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา ว่าเราเป็นสมาชิกชาวต่างชาติ จึงไม่จำเป็นต้องเสียภาษี (ทาง GDI
ก็จ่ายค่าตอบแทนให้เราโดยไม่ต้องหักภาษีเอาไว้) ในส่วนนี้ความจริงแล้ว ที่อยู่ของเรา ก็สามารถเป็นหลักฐานยืนยันได้ส่วนหนึ่ง
แต่สมควรเซ็นต์เอกสารส่งไปด้วย เพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ คลิ๊กดาวน์โหลด และกรอกข้อมูลตามคำแนะนำด้านล่าง


เอกสาร W-8BEN สามารถปริ๊นท์ออกมาแล้วกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ดังรูป เสร็จแล้วสแกนกลับเข้าไปเป็นไฟล์รูปเก็บไว้ในเครื่อง

6. ความประทับใจในตัวบริษัท (testimonial) และ Tips ในการโปรโมท ตัวข้อความนี้เราสามารถ
สร้างหรือพิมพ์ด้วยโปรแกรม Microsoft Word ได้เลย ดูตัวอย่างดังรูปด้านล่างนี้



ตัวอย่างข้อความแสดงความประทับใจ และเทคนิคการโปรโมท ลองคิดเองอย่าลอกอันนี้ไปนะครับ ไม่งั้นจะซ้ำกันเดี๋ยวไม่ผ่าน
พิมพ์ด้วยโปรแกรม Microsoft Word แล้วเซฟเก็บไว้ก่อน

* เมื่อเตรียมเอกสาร และ Scan เก็บไว้ในคอมเสร็จแล้ว ไฟล์ที่ Scan ได้ ก็จะเป็นรูปภาพ ดังนั้น
เอกสารทุกอย่างก็เป็นรูปภาพ ยกเว้นตัวเอกสารแสดงความประทับใจ (Testimonial) ที่เป็นไฟล์ Word (.doc)
จะได้ไฟล์่ที่ต้องส่งทั้งหมด 6 ไฟล์ด้วยกัน ดังรูปด้านล่างนี้


เซฟไฟลเป็นชื่อที่มีความหมาย เพื่อที่ทางเจ้าหน้าที่เค้าจะได้จัดการข้อมูลของเราได้ง่าย และรวดเร็วมากขึ้น

7. สร้างอีเมล .ws และตั้งค่าใน paypal เอาไว้รับโบนัส คลิ๊กดูวิธีการได้ตามขั้นตอนนี้เลยครับ

เมื่อเตรียมไฟล์และเอกสารต่าง ๆ และสร้างอีเมล์ .ws พร้อมเสร็จแล้ว ต่อไปเราไปดูวิธีการส่งเอกสารไปให้ทาง GDI กัน



วิธีส่งเอกสาร

การส่งเอกสารนั้น จะต้องส่งโดยใช้เว็บเมล์ของ GDI (http://www.email.ws) เท่านั้น
เพื่อเป็นการยืนยันว่าคุณเป็นเจ้าของ Account GDI นี้จริง จะได้ส่งโบนัสไม่ผิดคนครับ

ดูตัวอย่างการส่งได้ตามนี้เลยครับ



เริ่มจากเข้าเว็บเมล์ของ GDI ที่ http://www.email.ws แล้วป้อนอีเมล์และรหัสผ่านที่เคยสร้างและตั้งไว้ครับ
แล้วกดปุ่ม Log In เข้าไป



เข้ามาได้แล้ว คลิ๊กตรงปุ่ม New เพื่อเขียนอีเมล์ใหม่ ดังในรูปตัวอย่างด้านบนนี้ครับ



เมื่อมาถึงหน้านี้ให้เราเขียนเนื้อหาอีเมล์ และทำการแนบไฟล์ที่จะ่ส่งไปครับ โดยส่งไปหา GDI ที่อีเมล์ws_testimonials@wsdomains.ws

ตัวอย่างข้อความที่ใช้ส่ง

อ้างถึง
To Support,


I'm ชื่อคุณ My Username GDI is username gdi ของคุณ I've sent and attacth All required documents for bonus already.

A file of my picture and short message for GDI are have already in attach file.


I want to get bonus for a week of สัปดาห์ที่ได้รับโบนัส

through paypal account : อีเมล์ paypal ของคุณ


Thanks


ลงชื่อคุณ


*สำคัญมาก ตรงอีเมล์ PayPal ของคุณต้องป้อนอีเมล์บัญชี PayPal ที่คุณใช้อยู่ปัจจุบันนะครับ ตรวจเช็คดี ๆ อย่าให้ผิดพลาด



ภาพแสดงตัวอย่างการแนบไฟล์เอกสารทั้ง 6 รายการที่เราเตรียมไว้ครับ



แนบเอกสารครบพร้อมแล้ว คลิ๊กปุ่ม Attach ได้เลยครับ



ตรวจสอบเนื้อหาอีเมล์และเอกสารที่จะแนบไปให้เรียบร้อยครบถ้วน แล้วคลิ๊กปุ่ม Send เพื่อส่งเมล์ครับ

อย่าลืมตรวจเช็คความเรียบร้อยเรื่องไฟล์แนบและข้อความ ก่อนทำการกดส่งนะครับ
หลังจากส่งไปแล้ว ที่เหลือเราก็รออีเมล์ตอบกลับจาก GDI ว่าได้รับเอกสารเรียบร้อยหรือไม่ ถ้า
เมล์ตอบกลับมาว่าเรียบร้อยดี อีกไม่กี่วันหลังจากนั้น โบนัสก็จะถูกโอนเข้า PayPal คุณทันทีครับ


ตัวอย่างภาพโบนัสที่ GDI โอนเข้า PayPal ให้เราหลังจากตรวจสอบเอกสารที่เราส่งไปเรียบร้อยแล้ว

หวังว่าบทความนี้ คงเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังทำโบนัส และคนที่เตรียมส่งเอกสารรับโบนัสครั้งแรกนะครับ
หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเิติม ก็แจ้งไว้ในกระทู้นี้ได้เลยครับ

ขอให้ทุกท่านโชคดี ทำโบนัสได้เยอะ ๆ ครับ


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS